13 Aug
ไม่ได้เขียนมานาน มาถึงก็เดือดควันออกหู ออกจมูก ออกปากซะหมด
ใช้ twitter เลยไม่มีอะไรจะมาเขียนใน blog เพราะมันเอาไปบ่นแบบสั้น ๆ ในนั้นซะเกือบหมดแล้ว
ข้างบ้าน เขียนเอาไว้แล้วแบบสั้น ๆ แต่ หลายรอบ อันที่จริงมันมีมากกว่านั้น แต่ไม่อยากเอามาใส่ใจเป็นอารมณ์ เพราะบทสุดท้ายก็สรุปได้สั้น ๆ ง่าย ๆ ว่า
พอทุกคน (ไปกัน 3 คน) ยืนยันว่า ที่มาเนี่ยไม่ได้ต้องการถ่ายรูป (แอบนึกในใจ .. เพราะคนที่สนิทกัน ถ่ายให้สวยกว่าที่ studio นี้ถ่ายให้เป็นหลายเท่า) เซลล์หน้าหงิก ก็ทำเป็นบอกว่า อ่อมีแบบชุดใน computer แต่ต้องรอก่อนเพราะหาไม่เจอ ทั้งที่ทุกคนอยู่หน้า monitor แล้วก็เห็นแล้วว่า Folder ที่โชว์หราอยู่กลางหน้าจอนั่นน่ะคือแบบชุด .. จนต้องถามย้ำไปย้ำมาว่าขอดูหน่อย คุณเซลล์ถึงจะเปิดให้ดู
ระหว่างนั่งดูนั่งเลือก คุณเซลล์ยังไม่เลิกความพยายามในการจะขาย Package ถ่ายรูป จนเราเริ่มรู้สึกว่า อีกนิดเดียว อีกหนึ่งขีด เราจะหันไปมองหน้าบรรดาคนที่ไปด้วย และบ้านข้าง ๆ ว่า เดินออกเหอะ แต่ก็อดใจไว้ก่อนเพราะเพื่อนแนะนำมา
ตอนจะสั่งตัดชุด เราให้ช่างวาดให้ใหม่ เพราะจะเอาข้างบนตัวนี้ ผสมกับข้างล่างตัวนั้น (เป็นคอปาด ทำแขนล้ำ)
มาเล่าต่อละนิ
แล้วเวลาก็ล่วงเลยผ่านไป 1 เดือน .. ทางร้านยังคงสะติวโทรมา เพื่อถามว่า จะเข้ามาถ่ายรูปเมื่อไหร่ จะซื้อ Package มั้ย .. เราก็ต้องตอบไปว่า ไม่ได้ซื้อ package และไม่ได้ถ่ายรูป แต่ทางร้าน offer มาให้ว่า ถ้าอยากได้รูปใหญ่โต ให้เราเอา file เข้าไปให้ แล้วทางร้านจะไป อัดกรอบสวยงามให้เราแทน .. แล้วเราก็ถามทางร้านไปว่า เรื่องชุดว่าไงบ้าง มีความคืบหน้าไหม ร้านตอบมาว่า อ๋อยังไม่เสร้จอะค่ะ ถ้าเสร็จแล้วจะโทรบอกนะคะ แล้วก็วาง .. เรียกว่าโทรมาเพื่อขายของ พอขายไม่ได้ก็ไม่สนใจอะไรต่อ ว่างั้น !!
แล้วเวลาก็ผ่านไปอีก 2 เดือน (รวมกับข้างบนก็เป็น 3 เดือนกว่า ๆ) โดยที่เราไม่ได้โทรไปจิก เพราะเรารู้หน้าที่เรา ควรจะตามคิว เราเองไม่ชอบลูกค้าประเภภทโทรจิกๆๆๆๆ ถ้ายังไม่ได้ถึงเวลานัด เพราะงั้นเราก็ไม่ได้ทำกับคนอื่น เสร็จปุ๊บ เราโทรหาร้านครั้งที่ 1 ถามเรื่องชุด .. ร้านบอกว่า อ่อ เดี๋ยวให้คนติดต่อกลับนะคะ เพราะชุดยังไม่เสร็จ .. เราก็โอเคไม่มีปัญหา แต่เริ่มฉุนนิด ๆ เพราะร้านบอกปากเปล่าว่า สัก 1 เดือน ก็จะขึ้นโครงชุด (คงหมายถึงว่า ตัด pattern เสร็จ แต่รายละเอียดยังไม่มี) .. แต่นี่ผ่านมา 3 เดือนแล้วยังไม่ได้ทำอะไรสักอย่าง แล้วก็บอกปัดเลื่อนไปอีก
ร้าน Image bride ที่เลื่อนตลอด ก็หายไปอีก 2 สัปดาห์ หลังจากที่บอกว่าจะให้คนติดต่อกลับ … ทีนี้ บ้านข้าง ๆ ชักจะเหลืออดเพราะอะไรของเค้ากันนี่ ก็โทรไปทางร้าน ทางร้านก็ให้คนวัดชุด (ชื่อน้ำ) คุยด้วย
แล้วก็เริ่มต้นแห่งการ “เชื่อถือไม่ได้” อย่างแรง .. ทุกสิ่งทุกอย่างที่ทางร้านบอกมา เลื่อนหมด แล้วบอกว่าให้เราไปลองชุดวันแรกวันที่ 20 กย. คุณ ๆ คนอ่านคงจะคิดว่า แล้วมันจะต่างกันตรงไหน … Timeline ของเราตั้งแต่ต้นคือ
ต้นเดือนมิถุนา - วัดตัว วาดแบบ กรกฏา - ที่ร้านเค้ารับปากแบบชุ่ย ๆ ว่าจะให้ลองครั้งที่ 1 ก็ผ่านไปโดยไม่มีอะไรเกิดขึ้น สิงหา - ที่ร้านก็อ้างนั่นอ้างนี่ แล้วบอกให้เราใจเย็น ๆ ฟังเค้าอธิบาย อารมณ์นี้ใครมันจะเย็นไหว เราต้องการใช้ ต้นเดือน พฤศจิกา (เราบอกวันที่กับทางร้าน แต่ขอยังไม่บอกในเวบ ฮี่ฮี่)
บ้านข้าง ๆ โทรไปคุย ด้วยอารมณ์ที่เย็นกว่าเราหลายเท่านัก เรานั่งอยู่ด้วย ก็ได้ยินหมดทุกสิ่ง .. ทางร้านก็อ้างไปเรื่อย แล้วบอกว่า จริง ๆ แล้วชุดตัด 2 อาทิตย์ก็เสร็จ (พูดชุ่ยมาก) ตอนนี้ต้องส่งให้โรงงานเค้าตัดเย็บก่อน .. บ้านข้างๆก็ถามไปว่า แล้วไหนที่บอกว่าทางร้านตัดเองแปลว่าอะไร ร้านก็อึกอัก ๆ บอกว่า อ่อ ร้านตัดเองแต่ต้องส่งให้โรงงานตัด pattern มาก่อน (ซึ่งมารู้ทีหลังว่า โรงงานที่ร้านเค้าบอกนั่น มีอีก 8 ร้านที่ส่งชุดไปตัดที่เดียวกัน - แล้วมันจะได้ตามคิวมั้ย)
เสร็จปุ๊บ ร้านก็โทรมาหาเราอีกรอบ หลังจากนั้นอีก 1 วัน Image Bride ก็โทรมาแล้วบอกว่า คุณผู้ชาย ไม่เปิดใจรับเค้าเลย ไม่เปิดใจรับฟังที่เค้า (แก้ตัว) พูดเลย .. ไอ้เราก็ยิ่งฉุนขาดสิ เพราะนั่งอยู่ด้วยกัน ได้ยินหมดทุกอย่าง แล้วร้านจะโทรมาเพื่อมาว่าคนของเราแบบนี้อีก รู้จักเราน้อยไปมั้ง !!!
เราโมโหมาก แต่พูดไปด้วยน้ำเสียงปกติว่า “คุณคะ ถ้าเป็นคุณ คุณจะโมโห คุณจะโกรธมั้ยคะ ถ้าคุณไปสั่งของไว้ แล้วเค้าไม่ทำให้คุณ เวลาก็ผ่านไป 2-3 เดือน แล้วสุดท้ายร้านที่คุณสั่งของ โทรมาบอกว่า อ๋อยังไม่ได้เริ่มทำเลย”
อิมเมจ ไบรด์ ก็อึ้งไปนิดนึง แล้วก็บอกว่า “เข้าใจค่ะ เข้าใจค่ะ” เราก็ถามไปว่า เราต้องการเห็นชุดภายในเดือนสิงหาคมนี้ ปลายเดือนก็ได้ ร้านก็บอกว่า “บอกทางคุณผู้ชายไปแล้ว แต่คนผู้ชายไม่เปิดใจรับเลย แต่ทีนี้ ถ้าจะให้เสร็จสิงหา ร้านก็ต้องไปแทรกคิวช่าง ช่างตัดก็จะวุ่นวาย” เราเลยถามว่า แล้วสรุปว่าจะให้ไปลองได้เมื่อไหร่ .. ร้านตอบมาว่า “ก็กันยาได้มั้ยคะ”
ปรี๊ดดดดดด ค่ะ ปรี๊ดดดดดแตกกกกก แต่ยังต้องสงบเสงี่ยม เพราะถ้าปรี๊ดแตกแบบขั้นสุด จะวางโทรศัพท์และไม่พูด !!!
เราก็ถามต่อว่า “สรุปว่าจะสิงหา หรือกันยา” ร้านก็ชักแม่น้ำทั้ง 5 มาพูดอีกว่า “พี่ทำให้คุณเสร็จทันแน่นอน มากันยาได้มั้ยล่ะ” เราก็พูดกับเค้าไปเลยตรงๆ ว่า “พูดตรง ๆ นะคะ image bride นัดมาตั้งแต่ กรกฏา นัดเป็นนัดปากเปล่า แล้วหายเงียบ มาตอนนี้พอถามก็เลื่อนจากปลายเดือนสิงหา ไปเป็นกันยาอีก .. เราคงไม่ไว้ใจ แล้วเชื่อใจไม่ได้หรอกค่ะว่าคุณจะทำให้ตามที่ตกลง เพราะแค่นี้ก็เลื่อนมารอบนี้เป็นรอบที่ 3 แล้ว เราคงมั่นใจกับคุณไม่ได้ว่าคุณจะทำให้เสร้จทัน”
ร้านก็ยังสะติวดึงดัน “คุณคะ คุณฟังพี่ก่อน คือถ้ามันมีคิวหลายคน แล้วถ้าคุณกลัวไม่ทันจริง ๆ พี่ต้องทำงาน อยู่ร้านดึก เพื่อปักชุดให้คุณพี่ก้ต้องทำ ยังไงพี่ก็รับปากว่าทำให้เสร็จแน่นอน ถ้าพี่ทำไม่ได้นะ พี่ยินดีจ่ายให้คุณเลย” ..
เราไม่ชอบการที่เค้าเป็นฝ่ายผิด แล้วเอาเรื่องเงินมาอ้างสุด ๆ
เราก็บอกเค้าไปว่า “ขอโทษนะคะ เรืองนี้ไม่ใช่สำคัญที่เงิน แต่สำคัญที่ร้านคุณนัดลูกค้าไว้ แล้วไม่รับผิดชอบ แล้วเลื่อนไปเลื่อนมา เป็นใครเค้าก็ไม่เชื่อใจหรอกว่ามันจะเสร็จหรือมันจะไม่เสร้จ เรื่องเงินไม่ใช่ปัญหาใหญ่ แต่ที่คุณไม่พูดกับเราตรงๆ แล้วเลื่อนๆๆๆๆ แบบนี้เราไม่พอใจ”
เถียงกันไปเถียงกันมา แล้วเราเหนื่อยมากกับการพูดประโยคเดิม ๆ เพราะร้านไม่ฟัง !! เลยบอกว่า เอางี้แล้วกันเดี๋ยวเราจะดูให้ว่าสรุปแล้วเราจะเข้าไปลองวันไหน แล้วเราก็ขอวางโทรศัพท์ (ณ เวลา 2 ทุ่ม)
เดี๋ยวมาต่อ มันยาวเหลือเกิน .. แค่อยากบันทึกเอาไว้ :)
7 Jul
ไม่ค่อยมีแรงบันดาลใจอะไรมาเขียนสักเท่าไหร่ .. วันแต่ละวันก็มองแล้วได้ข้อคิดว่า
เมื่อฝนตก ผ่านไป แดดก็ออก .. พอแดดออกปุ๊บ เดี๋ยวก็ฝนตกอีก ใช้ชีวิตแบบสบาย ๆ ชิว ๆ บวกกับเครียดเป็นบางทีให้เป็นสีสันของชีวิต แล้วมานั่งดูฝนตกแดดออกอีกรอบ
อะไร ๆ มันก็หมุนเวียนแบบนี้เสมอ ๆ ล่ะเนอะ :D
22 Apr
ไม่ได้จะมาร้องเพลงให้ฟังสักหน่อย แต่ช่วงนี้เหมือนกับว่า อารมณ์แปรปรวน ทำตัวเหมือนลอยอยู่กลางทะเล ไม่อยากพูด ไม่อยากกิน ไม่อยากนอน เอ๊ย นอนไม่หลับ
ไม่ได้แบบอารมณ์เสีย หรือหงุดหงิดใครด้วยนา แบบถ้ามีใครมาชวนคุยก็คุยได้ แต่ถ้าจะให้เรามานั่งเม้าท์ ๆ เล่าๆ ช่วงนี้ขอเว้นวรรคไปสักหน่อย
กำลังคิด domain ชื่อใหม่ เอาอะไรดีหวา .. เบื่อ domain ชื่อนี้ คนอื่นจำยากอีกตะหาก หุหุหุ
การเป็นพนักงาน นั่งกินเงินเดือนไปวัน ๆ นี่ช่างดีเสียจริงๆ พนักงานที่มีคนจ้าง ปลายเดือนรับเงินตรงเวลา ขอร้องว่าอย่ามานั่งเถียงเราเลย ว่าสบายอะไร ทำงานหัวปั่น เจ้านายใช้งานเยอะ พักไม่เป็นเวลา คำพวกนี้ พนักงานที่ยังอยู่ในสถานะลูกน้อง หรือมีนายจ้าง ทำงานที่ตัวเองไม่ต้องเอาเงินตัวเอง เพื่อจ่ายลูกน้อง เหลือเท่าไหร่ค่อยจ่ายตัวเองเนี่ย .. อย่ามาพูดให้เสียอารมณ์ !!!
เพราะการเป็นคนทำงาน ที่ต้องทำงานหาเงินไม่ใช่เพียงเผื่อตัวเอง แต่ต้องเผื่อองค์กร (ของตัวเอง) เผื่อลูกน้องใต้ปีก ว่ามันต้องมีเงินเดือนกิน ถึงแม้ว่าบริษัทกำลังจะก้าวขาเดินไม่ออกแล้วก็ตาม .. ถ้าเงินที่หามา มันเหลือมาไม่ถึงเจ้าของ ก็ไม่ได้ไปตามระเบียบ
เราสองคน (หมายถึงบ้านข้างๆ ด้วยเนี่ย) ทำงานหาเงินกันหัวปั่น หาให้พอเลี้ยงองค์กรอย่างเดียวไม่พอ ต้องหาเผื่อค่าใช้จ่ายต่าง ๆ หาเผื่อลูกน้อง .. โดยที่เราสองคนไม่ได้มานั่ง แบมือ แหกปากร้องขอ อ้างสิทธิ์นั่นนีี่ในการเป็นลูกจ้าง เพราะเราสองคนสะเหร่อจ้างตัวเอง โฮะๆๆๆๆ
เรามักจะรำคาญ หงุดหงิดมาก กับพวกพนักงานบริษัท เซลล์ ลูกจ้าง แล้วแต่จะเรียก คนเหล่านั้นมานั่งบ่น เงินเดือนไม่ขึ้น โบนัสไม่มี ใช้งานหนัก ถามสักคำเถิด พวกคุณเหล่านี้ เคยคิดถึงเจ้านาย หรือคนที่จ่ายเงินบ้างไหม ถามสักคำไหม ว่าพวกเค้าได้เงินเดือนกันหรือเปล่า ถามสักคำไหม ว่าบริษัทลำบากไหม ไปรอดไหม วัน ๆ เอาแต่แหกปากเรียกร้อง แต่งหน้าแต่งตัว ทำตัวเริ่ดเชิดหยิ่ง ทั้งหญิงทั้งชาย
เราสองคน ทำงานแบบหาให้พอเลี้ยงผู้คนในปกครอง แบบที่เราสองคนไม่ได้เงินเดือนมาเป็นปีแล้ว!
พวกลูกจ้างจะร้องเรียกหาโบนัส ก็ลาออกไปซะ อยากได้เงินเดือนเพิ่ม ก็ไปเอาจากบริษัทอื่นซะไป ถ้ามีคนเค้าจ้างใน ภาวะเศรษฐกิจแบบนี้นะ ฮึ ขนาดฉันเอง มีคนเรียกให้ไปเป็นอาจารย์ เงินเดือนยังต่ำกว่าปีก่อนเล้ย ปัดโธ่ว
เราขอถามแค่ประโยคเดียวว่า ถ้าคุณ ๆ ทั้งหลาย มัวแต่นั่งแหกปากเรียกร้องทุกอย่าง .. แล้วถ้าวันหนึ่ง คุณทั้งหลายต้องมาทำงานแบบจ้างตัวเองเหมือนเรา ยังจะนั่งแหกปากร้องให้ใครมาช่วยอีกมั้ย !!!!
11 Apr
เมื่อ ปีที่แล้ว เสื้อเหลือง อยู่บนถนน


ปีนี้ … เสื้อแดง ก็ลงมาบนถนนบ้างงง

6 Apr
คราวก่อน ปัดฝุ่นไปรอบ จนฝุ่นมาเกาะซะหนาเตอะมากกว่าเดิมแล้ว เราก็ยังไม่ได้เข้ามาเขียนอะไรสักกะที โฮะๆๆๆๆ
การเมืองสาระพัดสิ่ง ทำการเงินในกระเป๋าไม่นิ่งเล้ยให้ตายเถอะ
ต้องมานั่งขบ นั่งคิด ทุกเมื่อเชื่อวัน
คิดหาทางหาสตุ้งสตางค์กันต่อไป
มือยังมี สมองยังมี ลุย !!!