ผ่าน พิพิธภัณฑ์กายวิภาค ที่ รพ.ศิริราช .. พอออกมา ผู้ร่วมทาง ก็ยังถามด้วยความเป็นห่วงเหมือนเดิมว่า ไหวมั้ย เราก็ยังตอบว่าไหวอยู่ ก็เลยพากันเดินไปท่าเรือวังหลัง จะนั่งเรือข้ามไปฝั่งท่าพระจันทร์ เพื่อไปเที่ยวสถานที่ต่อไปต่อ .. แค่เดินจากศิริราชถึงท่าเรือ ซึ่งอยู่ห่างกันด้วยระยะเท้าเดิน 2 นาที เราก็ออกปากบอกผู้ร่วมทางว่า ขอกินน้ำหวานก่อนค่อยขึ้นเรือได้เป่า .. แล้วเราก็เดินดุ่ม ๆ ไปหาร้านน้ำปั่น แล้วก็เดินจ่ายเงินจะขึ้นเรือ ..
ทีแรกที่ยังไหว ๆ มาถึงตอนนี้เลยขอนั่งมันซะเลย .. ผู้ร่วมทางเลยแอบสมน้ำหน้าปนสงสารในความปากดีของเรา ที่ว่ายังไหว ก็เลยบอกมาว่าทีหลังถ้าไม่ไหวให้บอก ไม่ใช่ว่าปากบอกไหว แต่หน้านี่ซีดไปแล้ว ฮ่าๆ .. เรือรอบแรกผ่านไป โดยที่เรายังนั่งพักอยู่ที๋โป๊ะ จนเรือรอบ 2 มาก็เลยไปกัน ขึ้นไปปุ๊บ เราก็ยังปากดีเหมือนเดิม บอกสบ๊าย สบาย แต่พอเรือโคลงสองจึ๊กเท่านั้น เราก็หลับตาเกาะเสามันซะเลย ..
ข้ามมาถึงท่าพระจันทร์ .. คราวก่อนที่มา เราจำได้ว่าประมาณ 2-3 ปีแล้วมั้ง มากับผู้ร่วมทางคนเดิมเนี่ยแหละ แต่ตอนนั้นมาเดินหาของกิน แบบว่าออกจากร้านแรก เข้าร้านที่สองต่อ เสร็จจากร้านสอง เข้าร้านขนม ออกมาจากร้านขนมนี่แทบจะกลิ้งกันออกมาเลยทีเดียว ..
คราวนี้เรามาท่าพระจันทร์อีกที เป้าหมายไม่ใช่เพื่อการกิน แต่เพื่อเป็นทางผ่านไปเป้าหมายหลัก คือ พระที่นั่งวิมานเมฆ .. เลือกมาที่นี่เพราะว่า ช่วงนี้เราชอบสภาปัตยกรรมสมัย ร.5-ร.6 เป็นชวงที่ได้รับอิทธิพลจากทางตะวันตก ตึกรามบ้านเรือนก็จะได้รับอิทธิพลมาด้วย สถาปัตยกรรมสมัยนั้น พระที่นั่งวิมานเมฆ เป็นการผสมผสานสถาปัตยกรรมของไทยดั้งเดิมกับของตะวันตก แต่ใช้ไม้สักทอง มีช่องหน้าต่าง ช่องลมฉลุลาย แบบนี้แหละที่เราเรียกว่า เรือนขนมปังขิง ที่เราชอบมาก .. การใช้สีทาทั้งภายใน ภายนอกก็เป็นสีอ่อน ๆ

พระที่นั่งวิมานเมฆ
แวะออกนอกเรื่อง พูดถึง เรือนขนมปังขิง สักหน่อย เรือนขนมปังขิง ที่เราชอบเนี่ย .. อันที่จริงแล้ว มันมีวิวัฒนาการมาจาก เรือนมะนิลา - เหมือนเรือนปั้นหยา แต่มีหน้าจั่ว (วิวัฒนาการมาจาก เรือนปั้นหยา - รับอิทธิพลจากยุโรปเหมือนกัน ทั้งเรือนเป็นไม้ หลังคากระเบื้อง ไม่มีจั่ว) ชื่อแบบเรือนแต่ละอันที่บอกนี้ เป็นเรือนไทยดั้งเดิม ส่วนมากก็ทำด้วยไม้ ยกใต้ถุนสูงเหมือนกันหมด (เว้นแต่เจ้าของเรือนบางคน อาจจะทำให้ไม่มีใต้ถุนก็ได้) ข้อแตกต่างก็จะมีนิด ๆ หน่อย ๆ เช่น หลังคา หน้าจั่ว หรือพวกช่องลม ช่องหน้าต่างที่มีการฉลุลายต่างกันไป
เรือนขนมปังขิง ต่างจากเรือนอื่น ๆ หน่อยก็ตรงที่มีช่องลม ช่องหน้าต่างฉลุลายสวยมาก ซึ่งลายต่าง ๆ พวกนี้ ได้มาจากอังกฤษ สมัย Queen Victoria II แล้วก็พัฒนามาเรือย ..
กลับมาต่อ ..
ก่อนหน้านี้คือรู้แค่ว่า พระที่นั่งวิมานเมฆ ก็มีที่นี่เป็นพระที่นั่งหลังเดียว แต่พอมาซื้อบัตรเข้าชม ก็เพิ่งจะได้รู้ว่า อันที่จริงแล้วตรงนี้เรียกว่า เป็น พระที่นั่งวิมานเมฆและหมู่พระตำหนัก 11 องค์ .. สำหรับพระที่นั่งวิมานเมฆ ถ้าไปเที่ยวเองโดยที่ไม่ได้เป็นกรุ๊ปทัวร์ใหญ่ ๆ เราก็จะต้องเดินตามกลุ่มที่เข้าก่อนหน้าเรา โดยที่ทางพระที่นั่งฯ จัดรอบบรรยายสลับกัน ระหว่างภาษาไทยและภาษาอังกฤษ นอกจากนั้นก็จะมีพวกทัวร์มาเที่ยว อันนี้ก็จะมีการแทรกเข้ามา ทั้งทัวร์จีน เกาหลี เวียดนาม ญี่ปุ่น .. เรียกได้ว่าถ้ามาวันที่ทัวร์ลงเยอะ ก็เหมือนกับเที่ยวรอยเอเชียเลย
เราและผู้ร่วมทางมาถึงก็บ่ายแก่ ๆ เจ้าหน้าที่ถามว่าจะฟังภาษาไทย หรืออังกฤษ ถ้าจะฟังภาษาไทยมีรอบก่อนหน้านี้ ที่เข้าไปแล้วประมาณ 5 นาที รอบต่อไปก็รออีก 1 ชั่วโมง .. เราเลยขอตามไปสมทบกับกลุ่มที่เข้าไปแล้วดีกว่า .. เจ้าหน้าที่ก็พาเดินแทรกทัวร์ญี่ปุ่น เกาหลี ระหว่างทางเดินก็ชี้โบ้ชี้เบ้ อธิบายว่าห้องนี้เป็นอะไร ยังไง แบบรัว ๆ แล้วก็พาไปสมทบกับกลุ่มคนไทย
ภายในพระที่นั่งวิมานเมฆ สวยมาก ๆ .. เมื่อก่อนเราเคยมาอยู่ครั้งนึง แต่ตอนนั้นเด็กจนจำอะไรไม่ได้ พอมาวันนี้ ประกอบกับที่เราอยากดูบ้านเรือนสมัย ร.5 เห็นแล้วสวยมาก เป็นแบบที่เราอยากจะดู เสียตรงที่เวลามีทัวร์มาลงเยอะ ๆ การบรรยายก็โดนจำกัดด้วยเวลา ผู้บรรยายก็รีบบรรยาย ผู้เดินตามก็รีบเดินตาม เพราะมีกลุ่มอื่นไล่หลังมาแล้ว มันเลยทำให้เราซึมซับความสวยงามอะไรแบบนั้นไม่ได้เท่าไหร่ .. จะขอเจ้าหน้าที่ค่อย ๆ เดินดูเรื่อย ๆ ก็คงไม่ได้ เพราะแต่ละกลุ่มจะต้องมีเจ้าหน้าที่อธิบายและเดินตาม
เอาเป็นว่า คราวหน้าก็คงมาอีก ถึงแม้จะซึมซับบรรยากาศและความสวยงามได้แค่ 20-30 นาทีก็ตาม ..
เดินออกจากพระที่นั่งวิมานเมฆ เราก็เกางแผนที่กันดูว่าจะไปไหนต่อ โดยที่จุดหมายปลายทาง จะเป็น พระที่นั่งอนันตสมาคม ซึ่งเป็นพระที่นั่งทำด้วยหินอ่อนทั้งหลัง สถาปัตยกรรมเป็นแบบยุโรปเต็มที่

August 26th, 2007 at 10:34 am
โอ๊ย อิจฉา มาก …
อยากไปมั่ง
August 29th, 2007 at 6:41 am
บรรยาย อย่างกับดูแบบเรือนหอ
(แวะมาแซว)
แต่ความฝันนึงส่วนตัว คืออยากมีบ้านเรือนไทยเป็นของตัวเองนะ
ชอบอะไรกว้างๆ โล่งๆ
August 31st, 2007 at 7:44 pm
วันเดียว .. ก็เที่ยวได้ (ภาค 3)
ขนาดเขียนว่า “วันเดียวก็เที่ยวได้” ยังมี ภาค 1 ภาค 2 แล้วนี้่ก็ภาค 3 แล้วเลย .. ถ้าหากไปเที่ยวหลายวัน นี่ไม่ต้องเขียนเป็นสิบเรอะนั่น เดินออกจาก พระที่นั่งวิมานเมฆ เราก็เกางแผนที่กันดูว่าจะไปไหนต่อ โดยที่จุดหมายปลายทาง จะเป็น พระที่นั่งอนันต…